นอกจากสองยักษ์ใหญ่ที่คลุกฝุ่นอยู่ในธุรกิจ นี้โดยตรงอยู่แล้ว Amazon และ Apple เองก็ให้บริการเช่ารายการทีวี และภาพยนต์ผ่านทางอินเทอร์เน็ตด้วยเช่นกัน ไม่นับรวมร้านค้าที่เปิดให้เช่าแผ่นหนัง การเข้าสู่ตลาดนี้ของยูทูบจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ก็มีอีกหลายบริษัทที่กระโดดเข้าธุรกิจนี้ แม้กระทั่ง Hulu ที่แต่เดิมให้ชมภาพยนต์ฟรีแลกกับการชมโฆษณาก็ยังเตรียมเปิดให้บริการในรูป แบบเก็บค่าสมาชิกตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ ซึ่งทางยูทูบเองเปิดให้บริการเช่าภาพยนต์อย่างเงียบๆ โดยผู้ใช้สามารถเข้าไปยังบริการดังกล่าวได้ที่ http://www.youtube.com/store

หากเปรียบเทียบลักษณะของธุรกิจแล้ว YouTube น่าจะคล้ายกับ Hulu เนื่องจากทั้งสองเว็บไซต์ได้รับความนิยมจากผู้คนบนเน็ตอย่างมาก แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนกระแสความนิยมดังกล่าวให้กลายเป็นเม็ดเงินที่หล่อ เลี้ยงธุรกิจได้ ซึ่งการเปิดให้เช่าภาพยนต์เต็มเรื่องของยูทูบเป็นอีกหนึ่งวิธีในการสร้างราย ได้

แคตะล็อกภาพยนต์ที่ให้บริการยังไม่ธรรมดา อีกด้วย โดยภาพยนต์ที่เลือกให้ชมจะขึ้นอยู่กับความชอบของผู้บริโภค แต่ในช่วงเริ่มต้น ภาพยนต์ที่ให้บริการแม้จะมีหนังดังอยู่บ้าง แต่ส่วนใหญ่ยังคงเป็นหนังอินดี้ การ์ตูน และหนังต่างประเทศ (จาก Ballywood) และสารคดีต่างๆ เหตุผลก็เนื่องจากกูเกิ้ลยังไม่ได้ทำข้อตกลงกับสตูดิโอภาพยนต์ยักษ์ใหญ่ แม้ว่าจะมีข่าวลือก่อนหน้านี้เกี่ยวกับการเจรจากับ Lion's Gate, Sony และ Warner Bros ออกมาบ้างแล้วก็ตาม สำหรับค่าบริการเช่าภาพยนต์ และรายการทีวีของยูทูบจะเริ่มต้นที่ต่ำสุด 0.99 เหรียญฯ ถึง 4.00 เหรียญฯ (ประมาณ 34 - 160 บาท) ชำระค่าบริการผ่าน Google Checkout
ข้อมูลจาก: http://www.arip.co.th/news.php?id=411199