ข่าวด่วนประจำวัน

หนุ่มนักศึกษาเอแบค ดิ่งตึกหอพักชั้น 5  ดับ ปริศนา เซ่นรักวันวาเลนไทน์ สอบเพื่อนนักศึกษาที่อยู่หอเดียวกันระบุ ผู้ตายมีอาการซึมเศร้า หลังจากเมื่อหลายเดือนก่อน แฟนสาวไปเรียนต่อต่างประเทศและไปคบหาชายคนใหม่ มักบ่นคิดถึงอดีตสาวคนรักให้เพื่อนฟังเสมอๆ ก่อนเกิดเหตุช่วงดึกยังเจอหน้าพูดคุยกันดี รุ่งเช้ากลายเป็นศพสยองที่พื้นชั้นล่างด้านหลังหอพัก ตำรวจสงสัยสาเหตุฆ่าตัวตายสังเวยรักขม  แต่ไม่ทิ้งประเด็นอุบัติเหตุพลัดตกจากระเบียง

นักศึกษาหนุ่มดิ่งตึก หอพักชั้น 5 ร่างกระแทกพื้นดับสยองรายนี้ เปิดเผยเมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 14 ก.พ. พ.ต.ท.วิริยะ ระยับ พนักงานสอบสวน สภ.บางบ่อ สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีคนตกตึกเสียชีวิตที่หอพักสุขสบาย เลขที่ 124/2 ซอยบางนาการ์เด้น หรือซอย ม.เอแบค หมู่ 8 ต.บางบ่อ จึงไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.ภวัต พรหมมะกฤต รอง ผบก.ภ.จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.สมศักดิ์ชัย อมรส่งเจริญ ผกก.สภ.บางบ่อ พ.ต.ต.สุดใจ เหนือเกาะหวาย สวป.แพทย์เวร รพ.บางบ่อ และมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุอยู่ห่างจากมหาวิทยา ลัยอัสสัมชัญ บางนา หรือ เอแบค ประมาณ 800 เมตร ลักษณะเป็นหอพักสูง 5 ชั้น บริเวณพื้นปูนด้านหลังหอพักพบศพนายวีรภัทร ตั้งวิจิตรสกุล อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/92-93 ถนนเหมืองหิต ต.ในเวียง อ.เมืองแพร่ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะ บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บางนา สภาพนอนคว่ำหน้าคอหัก แขนซ้ายหัก มีเลือดออกทางปากเต็มไปหมด ผู้ตายสวมเสื้อยืดคอกลมสีขาว นุ่งกางเกงขาสั้นสีดำ

จากการสอบสวนนาย จิตสะอาด อุดามา อายุ 28 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ บางนา เพื่อนของผู้ตาย ให้การว่า นายวีรภัทรพักอยู่ที่หอ พักดังกล่าวหมายเลขห้อง 518 ชั้น 5 ส่วนตนอยู่หอพักเดียวกันแต่คนละห้อง โดยผู้ตายเช่าอยู่เพียงลำพัง ปกตินายวีรภัทรเป็นคนที่เรียนดี ขยัน ไม่ดื่มเหล้า และไม่สูบบุหรี่ ก่อนเกิดเหตุช่วงกลางดึกที่ผ่านมายังเจอหน้าทักทาย กันดีอยู่ จนรุ่งเช้าทราบข่าวร้ายว่านายวีรภัทรตกตึกเสียชีวิต

นักศึกษาเพื่อน ผู้ตายให้การอีกว่า ก่อนหน้านี้นาย วีรภัทรคบหากับแฟนสาวคนหนึ่ง กระทั่งเมื่อหลายเดือนก่อนแฟนสาวไปเรียนต่อต่างประเทศ และตอนหลังทราบข่าวว่าไปมีชายหนุ่มคนใหม่ และได้เลิกคบหากับผู้ตาย เป็นเหตุให้นายวีรภัทรมีอาการซึมเศร้า เนื่องจากยังคงรัก และฝังใจอดีตแฟนสาวคนดังกล่าวมาก แม้ว่าช่วงหลังจะมี หญิงสาวคนอื่นมาพัวพันอยู่บ้าง แต่ผู้ตายก็ยังไม่ลืมหญิง สาวคนแรก และมักบ่นให้เพื่อนๆฟังตลอด

ต่อมาตำรวจขึ้นไปตรวจสอบห้องพักของผู้ ตาย ปรากฏว่าไม่พบสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด  โดยข้าวของทุกอย่างอยู่ในสภาพปกติ ส่วนด้านหลังเป็นระเบียงยื่นออกไป เล็กน้อย กั้นด้วยลูกกรงสเตนเลสสูง 65 ซม. สำหรับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นเบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานไว้ 2 ประเด็น คือ เป็นเรื่องอุบัติเหตุที่ผู้ตายไปยืนที่ระเบียงแล้วพลัดตกลงไป กับอีกประเด็นคืออาจเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากผิดหวังในความรัก เลยตัดสินใจกระโดดตึกบูชารักในวันวาเลนไทน์ อย่างไรก็ตาม ตำรวจจะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป
🏷️ หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

💬 การตอบกลับ 188

#181
limited_
limited_
614 โพสต์


กลุ่ม A ประกอบด้วย              กลุ่ม B ประกอบด้วย                กลุ่ม C ประกอบด้วย                กลุ่ม D ประกอบด้วย
1.แอฟริกาใต้                      1.อาร์เจนตินา                      1.อังกฤษ                          1.เยอรมัน
2.เม็กซิโก                          2.ไนจีเรีย                          2.สหรัฐอเมริกา                      2.ออสเตรเลีย
3.อุรุกวัย                          3.เกาหลีใต้                          3.แอลจีเรีย                          3.เซอร์เบีย
4.ฝรั่งเศส                          4.กรีซ                              4.สโลเวเนีย                        4.กาน่า
       
กลุ่ม E ประกอบด้วย                  กลุ่ม F ประกอบด้วย            กลุ่ม G ประกอบด้วย                กลุ่ม H ประกอบด้วย
1.เนเธอร์แลนด์                      1.อิตาลี                          1.บราซิล                            1.สเปน
2.เดนมาร์ค                          2.ปารากวัย                      2.เกาหลีเหนือ                        2.สวิสเซอร์แลนด์
3.ญี่ปุ่น                            3.นิวซีแลนด์                      3.ไอเวอรีโคสต์                      3.ฮอนดูรัส
4.แคเมอรูน                        4.สโลวาเกีย                      4.โปรตุเกส                          4.ชิลี
#182
limited_
limited_
614 โพสต์
#183
UbonloveThailand
UbonloveThailand
5 โพสต์
คนไทยเผาบ้านตัวเอง
19/05/2553  
จ.อุบลราชธานี


กลุ่มคนร่วมก่อจราจล ทหารได้ทำการขับไล่ผู้บุกรุก จนมีผู้ถูกยิงบาดเจ็บ 2 ราย

ผลจากการรายงานข่าวหลอกลวงของสื่อ
กลุ่มเสื้อแดงบุกเผา

คลื่นวิทยุ  91.0 Mhz ปลุกระดมคนเสื้อแดง ว่ามีคนถูกยิงตาย 6 คน






ภาษีจากประชาชน ถูกทำลาย

✏️ แก้ไขล่าสุด: 20 พฤษภาคม 2553

#184
RebellioN
RebellioN
670 โพสต์
พี่แบงค์ ไปไหนแล้ว คิดถึงจังเลย ชิๆ




ทำงานจนลืมบ้านเหมือนผมมันไม่ดี น่ะพี่

เดี๋ยวคนในบ้านจะเป็นห่วง และสาปแช่งเอา


^^
#185
ptoocat
ptoocat
1 โพสต์
รับทราบค่ะ
#186
limited_
limited_
614 โพสต์
รับทราบครับผม
เดี๋ยวน้องแบงค์จะกลับมาป่วนแล้วครับ
ช่วงนี้งานยุ่งมากมาย
ไม่ได้ทิ้งบ้านนะครับแวะมาดูความเคลื่อนไหวอยู่เรื่อยๆครับ
8) 8)
#187
limited_
limited_
614 โพสต์
เล็งส่งช่างกล7สถาบัน ออกค่ายละลายพฤติกรรม
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้นที่ประชุมมีข้อสรุป 2 ประเด็นใหญ่เพื่อที่หน่วยงานจะช่วยกันบรรเทาปัญหาความรุนแรง และแก้ไขและควบคุมปัญหาการทะเลาะวิวาทของนักเรียนอาชีวะ ได้แก่ 1. การดูแลจุดเสี่ยง โดยจะมีการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง อาทิ ป้ายรถเมล์ ตลาดสด ห้างสรรพสินค้า และสถานบันเทิงในพื้นที่ โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ร่วมตั้งจุดตรวจค้นช่วงเวลาก่อนเข้าและหลังเลิกเรียนซึ่งนักเรียนมักจะอาศัยช่วงดังกล่าวก่อเหตุ ทั้งนี้กทม.กำลังศึกษาความเป็นไปได้ว่าจะมีการตั้งศูนย์ป้องกันการทะเลาะวิวาทของเยาวชนหรือไม่ เนื่องจาก 1.กระทรวงศึกษาธิการอาจจะมีหน่วยงานด้านนี้อยู่แล้ว และ2.กทม.มีแผนจะติดตั้งกล้องโทรทัศน์วงจรปิด ( CCTV ) ในพื้นที่จุดเสี่ยงอยู่แล้ว
ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวต่อว่า 2. เรื่องการดูแลนักเรียนกลุ่มเสี่ยง ซึ่งสถาบันอาชีวศึกษามีกิจกรรมที่จะให้นักเรียนของตนเองออกทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์อยู่แล้ว แต่ข้อสรุปในที่ประชุมจะให้มีการดำเนินการจัดกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ร่วมกันในอาทิตย์ที่ 5 กันยายนนี้ โดยจะให้สถาบันอาชีวศึกษาในพื้นที่กรุงเทพฯตะวันออก ส่งนักเรียนสถาบันละ 20 คน รวม 7 สถาบันทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ ทำความสะอาดสถานที่ทางศาสนา เช่น วัดและมัสยิดรวมกันครั้งแรกซึ่งตนจะมาร่วมกิจกรรมดังกล่าวด้วย
นอกจากนี้ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงปิดภาคเรียนของสถาบันอาชีวศึกษานั้น จะมีการจัดค่ายผู้นำนักเรียนโรงเรียนอาชีวศึกษาทั้ง 9 แห่ง โดยให้ผู้บริหารสถาบันส่งนักเรียนหัวโจกของแต่ละแห่งมาร่วมเข้าค่ายผู้นำนักเรียน ที่อำเภอวังตระไคร้ จ.นครนายก ซึ่งตนพร้อมจะเป็นเจ้าภาพดูแลค่าใช้จ่ายและดูแลนักเรียนด้วยตัวเอง และจะมีการเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ ให้ร่วมกันกำหนดกิจกรรมละลายพฤติกรรมนักเรียน
“ ค่ายนี้นักเรียนหัวโจกจะต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน อาจจะ 3-4 วัน จำนวนไม่เกิน 100 คน โดยจะมีกิจกรรมเดินป่า ล่องแก่ง และกิจกรรมที่ออกแบบโดยวิทยากรเชี่ยวชาญที่ตนจะทาบทามมาช่วยในค่ายนี้ เพื่อนักเรียนแต่ละสถาบันจะได้รับรู้และปรับพฤติกรรมการอยู่ร่วมกัน เพื่อสร้างความสมานฉันท์ระหว่างนักเรียนที่ต่างสถาบันกันด้วย ” ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวและว่า หากกิจกรรมทั้ง 2 กิจกรรมนี้ประสบความสำเร็จ ได้ผลดีในเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯตะวันออกนั้น ก็อาจจะเป็นตัวอย่างให้กับพื้นที่อื่นๆต่อไป
#188
limited_
limited_
614 โพสต์
เจ้าสัวซีพีขึ้นเศรษฐีอันดับ1
แซง"เสี่ยเฉลียว"ตกไปอยู่อันดับ2

นิตยสาร “ฟอร์บส์” จัดลำดับ 40 อภิมหาเศรษฐีไทยประจำปีนี้ ระบุรายได้เพิ่มขึ้นรวมกันแล้วเกิน 1.1 ล้านล้านบาท โดยมีเจ้าสัวซีพี “ธนินท์ เจียรวนนท์” ขึ้นอันดับ 1 มูลค่าทรัพย์สินรวม 2.2 แสนล้านบาท ตามมาด้วยเจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง “กระทิงแดง” อยู่อันดับ 2 เผยเศรษฐกิจไทยบูมสุดขีด ตลาดหุ้นคึกคัก และ ค่าเงินบาทแข็งขึ้น โดยไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมือง

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจาก กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 2 ก.ย.ว่า นิตยสารฟอร์บส์อันทรงอิทธิพลของสหรัฐรายงานผลการวิจัยระบุว่า แม้ว่าในปีนี้ได้เกิดเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองนานหลายสัปดาห์ จะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจในกรุงเทพฯ แต่ยอดรวมรายได้ของ 40 อภิมหาเศรษฐี ของไทยในปีนี้ก็เพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 46 จาก   ปีที่แล้ว โดยมีนายธนินท์ เจียรวนนท์ วัย  71 ปี เจ้าของกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) รวยที่สุดเป็นอันดับ 1 ของ 40 อันดับอภิมหาเศรษฐีไทย มูลค่าทรัพย์สินรวม 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 220,500 ล้านบาท (คิดอัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ 31.50 บาท เท่ากับ 1 ดอลลาร์สหรัฐ) ส่วนมูลค่าทรัพย์สินรวม 40 อภิมหาเศรษฐีไทยเท่ากับ 36,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,149,750 ล้านบาท
   
รายงานข่าวแจ้งว่า รายงานการวิจัยของนิตยสารฟอร์บส์มีขึ้น 3 เดือนหลังเหตุการณ์ไม่สงบทางการเมืองครั้งที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของไทย คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 91 ศพ ในการปะทะกันระหว่างทหารและกลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล โดยผู้ชุมนุม “กลุ่มคนเสื้อแดง” ส่วนใหญ่ นั้นจะเป็นคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท ซึ่งต่างก็เรียกร้องว่า พวกตนเป็นคนไม่มีปากมีเสียงในประเทศที่มีคนมีฐานะประมาณร้อยละ 20 มีรายได้จากผลประกอบการถึงร้อยละ 55 ขณะที่ผู้ยากจนมีจำนวน 1 ใน 5 ของจำนวนประชากรนั้น กลับมีรายได้หรือส่วนแบ่งแค่ร้อยละ 4 เท่านั้น ทั้งนี้จากรายงานของธนาคารโลก
   
ข่าวระบุต่อไปว่า ประมาณร้อยละ 75 ของอภิมหาเศรษฐีในประเทศไทยจากการจัดลำดับของนิตยสารฟอร์บส์นั้น มีรายได้เพิ่มขึ้นก็เพราะตลาดหุ้นเฟื่องฟูขึ้นอย่างมาก แม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่สงบก็ตาม นอกจากนั้นยังมีปัจจัยประกอบ เช่น ค่าเงินบาทแข็งตัวเมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ยังส่งผลให้นายธนินท์ เจียรวนนท์ เจ้าของซีพี ก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ของอภิมหาเศรษฐีไทย เบียดเจ้าของตำแหน่งเดิม นายเฉลียว อยู่วิทยา วัย 78 ปี เจ้าของบริษัทเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อ “กระทิงแดง” ตกไปอยู่อันดับ ที่ 2
   
รอยเตอร์รายงานว่า รายได้ของนายธนินท์เพิ่มขึ้น 4,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากปีที่แล้ว มากกว่าของนายเฉลียว ซึ่งมีราย   ได้เพิ่มขึ้นมาเพียง 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมเป็นมูลค่าทรัพย์สิน 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 132,300 ล้านบาท และอันดับที่ 3 เป็นของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี วัย 66 ปี ผู้ก่อตั้งบริษัทไทย เบฟเวอเรจ มูลค่าทรัพย์สินรวม 4,150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 130,725 ล้านบาท
   
นอกจากผลจากภาวะเศรษฐกิจของไทยที่เติบโตขึ้นอย่างมาก จึงมีอภิมหาเศรษฐีหน้าใหม่อยู่ใน 40 อันดับของนิตยสารฟอร์บส์ด้วย เช่น นายคีรี กาญจนพาสน์ เจ้าของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และประธาน กรรมการ บมจ.ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บีทีเอส) และนายประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการบริหารบริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)

✏️ แก้ไขล่าสุด: 3 กันยายน 2553